ข้อแตกต่างระหว่างฮอนด้ากับโตโยต้าไฮบริด

ที่มา : เรียบเรียงโดยบรรณาธิการ เมื่อ : 2015-08-24 07:26:28
ข้อแตกต่างระหว่างฮอนด้ากับโตโยต้าไฮบริด

ของโตโยต้า  "ปฎิรูประบบใหม่หมด" เรียกว่าแทบไม่ได้ใช้พื่นฐานเครื่องยนต์เดิมๆเลย ตั้งแต่ระบบเครื่อง ชุดเกียร์ ไปจนถึงอุปกรณ์รอบข้างด้วย Hybrid Toyota ที่ความเร็ว 0-60 โดยไม่ได้กดคันเร่งแบบเร่งเครื่อง มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานแทนเครื่องยนต์ พอเลย 60 ก็จะทำงานผสานกับเครื่องยนต์
ของฮอนด้า  เน้นเอาของเดิมมาดัดแปลงให้ใช้งานได้ เลยเป็นอะไรง่ายสุดๆ เปรียบได้ว่าเอามอเตอร์มาเสียบระหว่างเครื่องกับเกียร์เลย IMA ของฮอนด้า คือระบบที่ใช้เครื่องยนต์เป็นหลักแล้วแบตไฟฟ้าเป็นตัวเสริม ตอนที่ลดความเร็วเครื่องจะเปลี่ยนพลังงานตรงนั้นไปเก็บในแบตเตอรี่ แล้วตอนที่เราเร่งความเร็วก็จะดึงพลังงานไฟฟ้าจากแบตมาเป็นตัวช่วย ก็เลยทำให้ประหยัดน้ำมัน Hybrid Honda เครื่องยนต์จะทำงานเป็นหลัก และมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริม

ผลการใช้งานต่างกัน


เวลารถยนต์วิ่งอยู่แล้วมอเตอร์ทำงานอย่างเดียว โตโยต้าจะได้เปรียบกว่าเพราะสามารถให้ระบบเกียร์ตัดการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ได้ มันก็เลยไม่มีภาระที่จะต้องไปหมุนเครื่องด้วย ก็ใช้พลังงานได้คุ้มค่าขึ้น แต่ถ้าเป็นฮอนด้า มอเตอร์จะต่อกับเครื่องไว้ตลอดเวลา แม้เครื่องหยุดทำงาน(ไม่จ่ายเชื้อเพลิง ไม่จุดระเบิด) มันก็ต้องหมุนข้อเหวี่ยงกับลูกสูบอยู่ตลอดเวลาครับ ดังนั้น ความสามารถในด้านประหยัดพลังงาน ฮอนด้าจะด้อยกว่าก็เพราะเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
 แต่ก็ใช่ว่าวิธีคิดอย่างฮอนด้าจะแย่ซะทีเดียว มันมีข้อดีในแง่การผลิตครับ เอาของเดิมมาปรับนิดหน่อยก็ทำโมเดลใหม่ได้แล้ว มันเลยสร้างความหลากหลายของการทำรถไฮบริดได้มากกว่า ขนาดทำเครืองไฮบริดไปชนกับเกียร์แมนนวล กรณี CR-Z ยังทำมาแล้ว  สมมุติว่าทิศทางของรถยนต์มันเปลี่ยนไปเป็นว่าจะกลายเป็นไฮบริดหมดทั้งตลาด งานนี้ฮอนด้าสบายครับ ใช้งบออกแบบใหม่น้อยลงเยอะ

ข้อแตกต่างของระบบไฮบริดของโตโยต้ากับไฮบริดอื่นๆ

ระบบไฮบริดของโตโยต้าเป็นการรวมเอาข้อดีของระบบไฮบริดทั้ง 2 แบบ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจุดแตกต่างจะมีอยู่ประมาณ 3 จุดใหญ่ๆ คือ
1. มีเจนเนอเรเตอร์(มอเตอร์) 2 ตัว ขณะที่ไฮบริดอื่นจะมีเพียงตัวเดียว
2. การชาร์จไฟฟ้ากับการขับแยกส่วนกันมอเตอร์จึงไม่จำเป็นต้องหมุนตลอดเวลา ซึ่งระบบไฮบริดทั่วไปมอเตอร์จะมีตัวเดียวและหมุนตลอดเวลา
3. มอเตอร์อยู่บนเพลาขับทำให้ประหยัดชิ้นส่วนและไม่ศูนย์เสียกำลังในการขับสามารถส่งถ่ายกำลังไปสู่ล้อได้อย่างเต็มที่

หากเปรียบเทียบระบบไฮบริดของโตโยต้าจะเหมือนกับนักปั่นจักรยาน 2 คนช่วยกันปั่น คนหนึ่งเป็นนักปั่นสปรินท์คือทำเวลาเร็ว เน้นความเร็วช่วงต้น ขณะที่อีกคนเป็นนักปั่นแบบระยะทางไกล สลับหรือช่วยกันทำงาน ขณะที่ระบบไฮบริดธรรมดาทั่วไปจะเป็นเหมือน ผู้ใหญ่กับเด็กช่วยกันปั่นจักรยาน คือเด็กจะทำได้แค่ช่วยปั่นลดภาระของผู้ใหญ่ส่วนหนึ่ง

สำหรับการบำรุงดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดไม่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปมากนัก โดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการบริการหลังการขายในระยะทางที่วิ่งใช้งาน เท่าๆ กัน รถยนต์คัมรี่รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา มีค่าใช้จ่ายราว 23,700 บาท เท่ากันกับ รถยนต์คัมรี่รุ่นไฮบริด โดยแบ่งเป็นค่าอะไหล่ และค่าของเหลวประมาณ 18,000 บาท และค่าแรง 5,700 บาท

ส่วนบุคลากรในการดูแลรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า ได้ให้มีการอบรมบุคลากรระดับครูฝึกทุกศูนย์บริการแห่งละ 1 คน และจะมีพนักงานระดับปฏิบัติงานซ่อมที่ผ่านการอบรมอีก 1 คนอยู่คู่กัน นั่นเท่ากับว่า ทุกศูนย์บริการจะมีช่างที่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ไฮบริดไว้รองรับอย่าง น้อยศูนย์บริการละ 2 คน ซึ่งครูฝึกจะมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับช่างอื่นๆ ภายในศูนย์บริการด้วยในอนาคต รวมถึงทางโตโยต้า ยังพัฒนาระบบการแก้ปัญหาแบบ เรียล ไทม์(Real Time) ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ช่างสามารถรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ไฮบริดเข้ามายังศูนย์ เทคนิค และสอบถามแนวทางการซ่อมได้ตลอดเวลา เรียกว่าเตรียมความพร้อมให้กับศูนย์บริการเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า รถยนต์ไฮบริดทุกท่าน